Saturday, March 19, 2011

ความเป็นมา 2: กะดีจีน กุฎีขาว

กลุ่มผู้รักการวาดรูปจากสถานที่จริง แทนการสร้างภาพพจน์ในห้องวาดรูปได้มีโอกาสพบกันครั้งแรกที่ท่าเตียนเมื่อวันเสาร์ที่ 11 กค 2552 การพบกันครั้งนั้น ได้เป็นประกายอันก่อให้เกิดเป็นกลุ่ม Bangkok Sketchers ในโอกาสต่อมา อย่างไรก็ตาม กลุ่มผู้รักการวาดรูปอย่างง่ายๆ ไม่ต้องมีพิธีรีตอง (แต่เน้นความสุขอันเกิดจากมิตรภาพ กาแฟรสดี และอาหารอร่อยๅ)ก็นัดกันไปเยือนชุมชนกุฎีจีนอีกครั้ง เพื่อให้สมาชิกกลุ่มบางคนได้สัมผัสชีวิตชุมชนประวัติศาสตร์ที่มีเอกลักษณ์และเสน่ห์ที่น่าสนใจชวนศึกษา
อนึ่ง อาจกล่าวได้ว่า การซึมซับสัมผัสชีวิต ความเป็นอยู่ อารมย์และความเป็นตัวตนของผู้คนและสถานที่ต่างๆนี้ เป็นแก่นของกิจกรรมที่ชาวบางกอกเสก็ตเชอร์คงได้ยึดถือปฏิบัติมา, จะโดยเจตนาและตั้งใจหรือไม่ก็ตาม,จากวันแรกจนถึงปัจจุบัน และควรเป็นแก่นหรือใจของกลุ่มตลอดไป
การไปเยี่ยมชุมชนกุฎีจีนครั้งที่ 2 ในวันศุกร์ที่ 17 กค 2552 ประกอบด้วยปราโมทย์ อ.อาย ตะวันและอัสนี โดยเริ่มต้นที่วัดกัลยานิมิตร แล้วต่อไปที่ศาลเจ้าแม่กวนอิม และมัสยิดกุฎีขาว ไปจบเอาที่วัดอรุณในตอนเย็น


อ.อายและปราโมทย์ กับกองเสก็ตช์ในศาลเจ้าแม่กวนกิม ย่านชุมชนกุฎีจีน

การออกเสก็ตช์หมายถึงการรับรู้ เห็น ได้ยินและรู้สึก ในสรรพสิ่ง ผู้คนและความร้อนหนาว งานเสก็ตช์ที่ได้แต่ละครั้ง มีความหมายมากกว่าแค่รูปวาดที่เห็น งานที่ได้ในบั้นปลายของแต่ละครั้ง เป็นความพูมใจที่ผู้วาดยินดีแบ่งปันให้ทุกท่านได้ชื่นชม, ตามอัธยาศัย แต่ความรู้สึกที่ได้สัมผัส ประสบการณ์ที่ได้ซึมซับก่อนจะจบรูปวาดนั้นๆ ย่อมฝังลึกในใจของผู้วาดเอง ที่ไม่อาจแบ่งปันให้ได้ ถึงแม้จะยินดีหยิบยื่นให้ก็ตาม ทางเดียวที่จะร่วมรับรู้ไมตรีจิตความเป็นมิตรของผู้คนบนถนนสายนั้นๆ กลิ่นอายความเป็นตัวตนของถิ่นที่นั้นๆ ความรู้สึกแทบจับต้องได้ของรั้วบ้าน กำแพงวัด ฟากคลอง ท่าน้ำ โคนไม้ใหญ่ ทางเดียวที่จะเรียนรู้สิ่งที่อาจไม่เคยนำพามาก่อนในชีวิตประจำวันเหล่านั้น คือการออกเดินสัมผัสด้วยตนเอง พร้อมสมุดหรือกระดาษวาดในมือ

ส่วนหนึ่งของชุมชนกุดีจีน และมัสยิดกุดีขาว มัสยิดอิสลามแห่งเดียวในรูปลักษณ์ของวัดไทย


ผู้รักสนใจการวาดรูปนอกสถานที่กลุ่มเล็กๆนี้ประกอบด้วย อ.ชาคริดา นุกูลกิจ คูณปราโมทย์ กิจจำนงพันธุ์ คุณตะวัน จันทราสกาววงศ์ อ.พิบูลย์ มังกร และคุณอัสนี ทัศนเรืองรอง ได้เริ่มกิจกรรมซึ่งต่อมาได้พัฒนาจนเป็นรูปธรรมที่ชัดเจนขึ้นในนามของ "บางกอกเสก็ตเชอร์" อย่างไรก็ตาม อาจกล่าวได้ว่าการรวมตัวเป็นกลุ่มที่ชัดเจนเกิดขึ้นในการออกเสก็ตช์ครั้งต่อไปย่านบางรักและวัดยานนาวา

Friday, March 18, 2011

ความเป็นมา 1: ร้านริมน้ำ ท่าเตียน

ในเมืองไทยอันอุดมหลากหลายไปด้วยศิลปินทุกประเภทและเผ่าพันธุ์ อัสนี และ ปราโมทย์ ได้รับการแนะนำให้รู้จักกันอย่างฉาบฉวยจากเพื่อนคนหนึ่งที่เห็นว่าทั้งสองเป็นผู้สนใจในการวาดรูป(สีน้ำ)คล้ายกัน หลังการแนะนำนั้น อัสนีและปราโมทย์ก็จากกันไปอย่างฉาบฉวยพอกัน นั่นคือสันดานธรรมดาของคนกรุงเทพฯ มหานครของเมืองไทย
ราวปี 2552 อัสนีและปราโมทย์พบกันอีกในหลายวาระต่อมาในแวดวงของผู้สนใจการวาดรูป จากกิจกรรมการนิทรรศการต่างๆในกรุงเทพ และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ภายใต้ความเคลื่อนไหว"ศิลปะตามอัธยาศัย"ของอ.ศาสตราจารย์พิเศษ อารี สุทธิพันธุ์ ผู้เป็นอาจารย์ศิลปของปราโมทย์(การศึกษา, มศว)และผู้ที่อัสนีเพิ่งได้มีโอกาสพบ, รู้จักและถือเป็นครู เคารพนับถือ ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้เอง
การเริ่มต้นของกลุ่มบางกอกเสก็ตเชอร์คงเป็นไปตามธรรมชาติที่ไม่ได้อาศัยการตระเตรียมมาก่อน จากการพบปะบางครั้งหลายคราว ด้วยการปะหน้าชนหลังข้างๆอาจารย์อารีและกลุ่ม ศิลปตามอัธยาศัย ตามวัดบ้าง ริมทางบ้าง จนวันหนึ่ง อัสนีและปราโมทย์ก็นัดกันไปเสก็ตช์เพื่อร่วมในวัน World SketchCrawl Day ครั้งที่ 25 โดยมีอาจารย์ อาย (ชาคริดา นุกูลกิจ) และ น้อย (อ.พิบูลย์ มังกร) ที่ท่าเตียน นี่เอง

อย่างไรก็ตาม แม้นการนั่งวาดร่วมกันบนโต๊ะกาแฟร้านอาหารริมน้ำ ที่ท่าน้ำท่าเตียน ตรงข้ามวัดอรุณฯ จะยังไม่เป็นการเกิดของกลุ่ม แต่ก็ถือได้ว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่แท้จริง


อาจารย์อาย ปราไมทย์และอัสนี ที่ร้านอาหาร"ริมน้ำ" ท่าเตียน เยื้องวัดอรุณ
สมุดเสก็ตช์ กาแฟ และมิตรภาพ ดูจะเป็นองค์ประกอบสำคัญของกลุ่มในเวลาต่อมา
อาจารย์พิบูลย์ มังกร มาร่วมเสก็ตช์ในช่วงบ่ายที่ชุมชนกุฎีจีน

กิจกรรมในวันเสาร์ที่ 21 กค 2552 น่าจะถือได้ว่าเป็นประกายแรกของสิ่งที่ต่อมา ได้กลายเป็นกลุ่มผู้สนใจการวาดรูปนอกแวดวงสถาบันการเรียนการสอนศิลปะกลุ่มแรกของกรุงเทพฯที่ท่องไปตามถนน แม่น้ำ ลำคลอง ชุมชน วัด ศูนย์การค้า เพื่อบันทึกถ่ายทอดสิ่งที่เห็นและรู้สึกบนกระดาษที่ไม่จำกัดขนาดด้วยสื่อที่ไม่จำกัดชนิดและด้วยผลงานที่ไม่ได้ชื่นชมกันที่ความถูกต้องของหลักการหรือทฤษฎีใดๆ เมื่อวาดกันจนเสร็จก็แบ่งปันและอวดกันโดยเอาความสนุกสุขใจเป็นเกณฑ์วัดแทนคำว่าสวย

กลุ่มบุคคลดังกล่าวนี้ ประกอบขึ้นด้วยบุคคลทั่วไปในหลายสายอาชีพ วัย และพื้นฐาน ที่ร่วมกันต่อมาในนามของ BANGKOK SKETCHERS